หน้าเว็บ

ประวัติความเป็นมาคณะศิลปกรรมศาสตร์

ชื่อคณะ ภาษาไทย : คณะศิลปกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ภาษาอังกฤษ : Faculty of Fine and Applied Arts

ที่ตั้ง ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม 44150 โทรศัพท์/โทรสาร:0-4375-4385

คณะศิลปกรรมศาสตร์ (Faculty of Fine and Applied Arts) มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหาสารคามตามพระราชบัญญัติการบริหารงานหน่วยงานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2550 จัดตั้งขึ้นโดยมติสภามหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์พ.ศ.2545 มีหน้าที่จัดการศึกษา ดำเนินการวิจัยและการสร้างสรรค์ การบริการวิชาการและทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมมีการดำเนินงานที่เน้นความคล่องตัว มีประสิทธิ์ภาพและพึ่งตนเองให้มากที่สุด โดยมีสภามหาวิทยาลัยกำกับควบคุม คณะศิลปกรรมศาสตร์มีรากฐานและพัฒนาการมาจากการมีบทบาทด้านศิลปวัฒนธรรมอีสานสำคัญต่อมหาวิทยาลัย โดยได้มีการจัดการเรียนการสอนวิชาศิลปะกับมนุษย์เป็นวิชาพื้นฐานของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม ตั้งแต่ปีพ.ศ.2512 ต่อมาได้พัฒนาสู่การเปิดสอนเป็นวิชาโทศิลปศึกษา ในปี พ.ศ.2516 และพัฒนาเป็นวิชาเอกศิลปศึกษาในปี พ.ศ.2523 ถึงปีการศึกษา พ.ศ.2541นอกจากนี้ยังได้เปิดหลักสูตรสาขาวิชาจิตรกรรม จำนวน 1 รุ่น ในปีการศึกษา 2538 ในปี พ.ศ.2539 ภาควิชาทัศนศิลป์และศิลปะการแสดงได้ร่วมกับสาขาวิชาดุริยางคศาสตร์ในสังกัดคณะมนุษย์ศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เพื่อนำเสนอ โครงการจัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยเปิดหลักสูตรจัดการศึกษา5 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาทัศนศิลป์ สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ สาขาวิชานาฏยศิลป์ สาขาวิชานฤมิตศิลป์ และสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ปี พ.ศ.2541 หลักสูตรสาขาวิชานฤมิตศิลป์ และสาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ ได้แยกตัวออกไปและจัดตั้งเป็น คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ผังเมืองและนฤมิตศิลป์ ภายหลังจากการได้รับการจัดตั้งเป็นคณะวิชาในปี พ.ศ.2545 แล้วคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้มุ่งพัฒนาทรัพยากรในทุกด้านเช่น อาจารย์ บุคลากร และครุภัณฑ์เพื่อการศึกษาต่างๆรวมถึงหลักสูตร เพื่อการศึกษาด้วย โดยในปีการศึกษา 2549 ได้มีการจัดการเรียนการสอนในระดับบัณฑิตศึกษาจำนวน 2 หลักสูตรได้แก่ หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขวิชาทัศนศิลป์และดุริยางคศิลป์ และได้พัฒนาหลักสูตรระดับปริญญตรีที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัยสอดคล้องกับสภาวการณ์ของสังคมและความต้องการของผู้เรียน ตั้งแต่เริ่มปีการศึกษา 2550 หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ และหลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาดุริยางคศิลป์ได้แยกตัวออกไปเพื่อจัดตั้งเป็นวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ปัจจุบัน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มีหลักสูตรจัดการเรียนการสอน จำนวน 3 หลักสูตร ดังนี้ ระดับบัณฑิตศึกษา - หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ ระดับปริญญตรี - หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทัศนศิลป์ - หลักสูตรศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาศิลปะการแสดง


ปรัชญา
“ มนุษย์สร้างศิลปวัฒนธรรม ศิลปวัฒนธรรมสร้างมนุษย์ ”

ปณิธาน
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นคณะวิชาที่มุ่งเน้นในการสั่งสมการเรียนรู้ อนุรักษ์ สร้างสรรค์ และการวิจัยทางศิลปกรรม เพื่อควมเป็นเลิศทางวิชาการโดยศึกษาภูมิปัญญา ท้องถิ่น และ วิทยาการที่เป็นสากล เพื่อการพัฒนาการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมของชาติ

วิสัยทัศน์

1. เป็นคณะที่มีการเรียนการสอนทางด้านศิลปะระดับ 1 ใน 3 ของประเทศ

2. ความเป็นผู้นำและการมีส่วนร่วมทางด้านวิชาการ ศิลปวัฒนธรรมแห่งภูมิภาคในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

พันธกิจ

1. เป็นศูนย์กลางการผลิตบัณฑิตที่มีเอกลักษณ์แห่งความรู้ คู่ทักษะ และคุณธรรม เพื่อการอนุรักษ์ สร้างสรรค์ วิจัย สืบสาน และพัฒนาศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะไทย และศิลปะร่วมสมัย

2. ส่งเสริมบุคลากรด้านการสร้างสรรค์ศิลปกรรม งานวิจัย รวมทั้งงานวิชาการอื่น ๆ ในระดับภาคอีสาน ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
3. เป็นองค์กรทางการศึกษา ดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์องค์ความรู้แบบมีส่วนร่วม และเผยแพร่บริการวิชาการแก่สังคม ทั้งในระดับภาคอีสาน ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
4. ส่งเสริมด้านการศึกษาแบบการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และพัฒนากิจกรรมทางด้านศิลปวัฒนธรรมอีสาน
5. ส่งเสริมและพัฒนาหลักการบริหารจัดการ การทำงานเป็นทีม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักธรรมาภิบาล์

วัตถุประสงค์

1. ผลิตบัณฑิตและบุคลากรชั้นนำทางศิลปกรรม ที่มีความรู้ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ ตลอดจนมีจิตสำนึก แห่งคุณธรรม และจริยธรรม มีเจตคติที่ดีต่อศิลปวัฒนธรรม และเป็นบุคลากรหลักทางด้านศิลปกรรม สามารถดำรงตนอยู่ ในสังคม ได้อย่างสม่ำเสมอและยั่งยืน

2. สร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรม และผลิตผลงานวิจัย วิชาการ เพื่อพัฒนาศิลปกรรมร่วมสมัย การศึกษศิลปกรรม ของภูมิภาคอีสาน ตลอดจนถึงระดับชาติและนานาชาติ ด้วยบุคลากรและระบบที่มีคุณภาพสูง
3. ให้บริการวิชาการทางศิลปกรรมเพื่อการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และถ่ายทอดวิชาการด้านศิลปกรรมแก่หน่วยงาน ภาครัฐและเอกชนรวมถึงสาธารณชนอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
4. เป็นแหล่งรวมและ/หรือประชาคมที่มีความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ของศิลปิน นักวิชาการศิลปะ รวมถึงนัก วิจัยทางศิลปะ เพื่อเสริมสร้างผลงาน สร้างสรรค์ผลงานวิชาการศิลปะและผลงานวิจัยทางศิลปกรรมรวมถึงการพัฒนาบุคลากร และวิชาชีพให้มีความเจริญก้าวหน้า ได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
5. บริหารจัดการทรัพยากรและระบบการทำงานที่มีศักยภาพ สามารถตอบสนองสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลักการบริหารจัดการที่ดี

สีประจำคณะ

สีทอง (GOLD) หมายถึง ความรุ่งเรื่องแห่งปัญญา







แนวความคิดในการออกแบบตราประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
พระพิฆเนศวร> เป็นเทพแห่งศิลปวิทยาการเป็นจุดศูนย์รวมของศิลปสาขาต่างๆ ซึ่งครอบคลุมสาขาที่มี
การเรียนการสอนในคณะศิลปกรรมศาสตร์ คือ สาขาวิชาทัศนศิลป์ และสาขาวิชาศิลปะการแสดง
พระพิฆเนศวรทรงผ้าลายขิด> เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงความเป็นภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ยอดมงกุฏของพระพิฆเนศวร> เป็น พระธาตุนาดูน หมายถึง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่เคารพสูงสุดที่เปี่ยมไปด้วยพระเมตตาคุณ พระบริสุทธ์คุณ และปัญญาคุณ
ตรีในพระหัตถ์ขวาบน> หมายถึง เดชและอำนาจ
ดอกบัวบานในพระหัตถ์ซ้ายบน> หมายถึง บุคคลผู้พัฒนาตนดีแล้วเป็นอริยะบุคคลชั้นสูงมีความเป็นพุทธะ คือ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ชามขนมอาหาร> หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
รังสีจากพระธาตุนาดูน> หมายถึง อานุภาพขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าที่แผ่ปกคลุมให้มีความร่มเย็นเป็นสุข
ใบเสมาด้านหลัง> เป็นสัญลักษณ์ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือพระพิฆเนศวร
รูปนอกของตราสัญลักษณ์> มีความสืบเนื่องมาจากตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ดอกไม้สองสี> หมายถึง สุนทรีย์ของศิลป์
ภาพรวมของตราสัญษณ์> พระพิฆเนศวรเป็นสัญลักษณ์ของรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานเส้นรอบนอกที่เรียบง่ายหมายถึงการพัฒนาจากรากเหง้าสูความเป็นสากล










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น